คลังคุมเข้มค่ารักษาพยาบาล กรมบัญชีกลางแจกบัตรข้าราชการติดชิพการ์ด

7 มี.ค. 2560 เวลา 08:04 | อ่าน 8,020
 
“อภิศักดิ์” สั่งกรมบัญชีกลางจับมือแบงก์กรุงไทยออกบัตรรักษาพยาบาลให้ข้าราชการ และบุคคลในครอบครัว 4.6 ล้านคน นำไปใช้แสดงสิทธิ์ขอรับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลหวังอุดการรั่วไหล หลังยอดเบิกจ่ายพุ่งจากวงเงิน 60,000 ล้านบาท เบิกจ่ายจริง 71,000 ล้านบาท มั่นใจเดือน ต.ค.นี้เสร็จแน่นอน

คลังคุมเข้มค่ารักษาพยาบาล กรมบัญชีกลางแจกบัตรข้าราชการติดชิพการ์ด


นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่าได้สั่งให้กรมบัญชีกลางนำระบบการชำระเงินด้วยอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Payment มาใช้กับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ เพื่ออุดช่องโหว่และลดการทุจริต หลังจากกระทรวงการคลังชะลอโครงการให้บริษัทประกันชีวิตเข้ามาประกันเรื่องการรักษาพยาบาลให้แก่ข้าราชการ เนื่องจากมีกระแสต่อต้านทั้งที่ผลการศึกษาเรื่องดังกล่าว มีข้อดีและยังช่วยประหยัดเงินงบประมาณได้อีกด้วย

“งบประมาณด้านรักษาพยาบาลข้าราชการปี 59 สำนักงบประมาณตั้งเอาไว้ 60,000 ล้านบาทแต่เบิกจ่ายจริงสูงถึง 71,000 ล้านบาท ซึ่งเราเชื่อว่า มีการทุจริตหรือไม่โปร่งใสเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จึงจำเป็นต้องมีระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่สามารถตรวจสอบได้ โดยได้เสนอให้กรมบัญชีกลางไปหารือกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อออกแบบวิธีการชำระเงินรูปแบบใหม่ ซึ่งในเบื้องต้น ข้าราชการต้องมีบัตรเพิ่มเติมอีก 1 ใบ ซึ่งมีหน้าตาคล้ายกับบัตรเครดิต ที่บรรจุข้อมูลต่างๆ ลงในชิพการ์ด เช่น ประวัติการักษาโรคและหน่วยงานที่สังกัด เป็นต้น โดยคาดว่า จะเริ่มแจกบัตรรักษาพยาบาลให้แก่ข้าราชการได้ต้นปีงบประมาณ 2561 หรือในเดือน ต.ค.นี้” นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า รมว.คลัง ต้องการให้กรมบัญชีกลางวางระบบควบคุมการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้มีความถูกต้องและเข้มงวด เพราะที่ผ่านมายอมรับว่ามีข้าราชการหรือคนในครอบครัวที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว แต่นำสิทธิ์ไปใช้อย่างไม่ถูกต้องเช่น เบิกยาจากโรงพยาบาลเกินความจำเป็นแล้วนำยาไปขาย หรือที่เรียกว่า ช็อปปิ้งยา และยังมีเรื่องโรงพยาบาลเบิกค่ารักษาพยาบาลและจ่ายยาแพงเกินจริง เป็นต้น “ปัจจุบันข้าราชการ 1 คน จะได้รับสิทธิ์ในการรักษาพยาบาลประกอบด้วย พ่อ แม่ สามีหรือภรรยาและลูก ซึ่งรวมแล้วมีประมาณ 4.2-4.6 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นภาระต่อเงินงบประมาณ และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี แต่เราจะไปตัดสิทธิประโยชน์ของข้าราชการไม่ได้ จึงต้องพยายามควบคุมการเบิกจ่ายเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการรั่วไหลให้มากที่สุด”

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ข้าราชการต้องใช้บัตรประจำตัวข้าราชการในการติดต่อกับโรงพยาบาล ซึ่งข้อมูลในบัตรระบุเพียงแต่ชื่อ นามสกุล หน่วยงานสังกัดและชั้นยศเท่านั้น ไม่มีรายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น
และที่สำคัญข้อมูลในบัตรก็ไม่ได้เชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์เนื่องจากไม่มีชิพการ์ด แต่เมื่อถึงเวลาการจ่ายเงิน โรงพยาบาลก็จะโอนข้อมูลที่เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่ายา และค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ มายังกรมบัญชีกลางเพื่อขอเบิกจ่ายเงิน โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรมบัญชีกลางก็จะโอนเงินเข้าบัญชีของโรงพยาบาล ซึ่งกว่าตรวจสอบความถูกต้องได้หมดก็จะใช้เวลานานมาก “การมีบัตรสุขภาพของข้าราชการจะเหมือนกับมีบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นอีก 1 ใบ เมื่อข้าราชการเข้าโรงพยาบาลก็ต้องโชว์บัตรและรูดบัตรรักษาพยาบาลกับโรงพยาบาล เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเช่น ชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากทางราชการ โดยข้อมูลทั้งหมดจะเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของบัญชีกลาง เพื่อนำมาประมวลผลว่า ข้าราชการผู้นั้นพบแพทย์บ่อยแค่ไหน มีการเวียนเทียนไปโรงพยาบาลอื่นๆอีกหรือไม่ และยาที่ได้รับจากโรงพยาบาลนั้น มีปริมาณมากเกินไปหรือไม่ หากกรมบัญชีกลางพบสิ่งผิดปกติก็จะสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที จากปัจจุบันที่กรมบัญชีกลางมีหน้าที่จ่ายเงินเพียงอย่างเดียว เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูแลข้าราชการได้อย่างทั่วถึง” นางสาวสุทธิรัตน์กล่าวว่า ในต้นปีงบประมาณ 2561 หรือเดือน ต.ค.2560 กรมบัญชีกลางจะสามารถแจกบัตรรักษาพยาบาลให้แก่ข้าราชการได้ ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับผู้แทนจากธนาคารกรุงไทย และบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (เคทีซี) โดยระบบใหม่นี้ ตนมีความมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมการใช้จ่ายเงินทางด้านรักษาพยาบาลข้าราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่า จะประหยัดเงินงบประมาณได้มากน้อยแค่ไหน เพราะอยู่ระหว่างการวางแผนและการวางระบบให้เกิดความชัดเจน “ขอยืนยันว่า สิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลของข้าราชการยังอยู่เหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่ต้องนำบัตรไปใช้ควบคู่กับการรักษาพยาบาลด้วย ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสอบมีความถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น ดังนั้น ข้าราชการรวมถึงบุคคลที่ได้รับสิทธิ์ที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็จะเกิดความเกรงกลัว ไม่กล้าช็อปปิ้งยา เพราะกฎหมายกำหนดรุนแรงถึงขั้นไล่ออกและเป็นคดีอาญา ขณะที่ข้าราชการที่ดี ก็ไม่ต้องกังวลเพราะไม่ได้ลิดรอนสิทธิ์”

ข้อมูลจาก http://www.thairath.co.th/content/854569


7 มี.ค. 2560 เวลา 08:04 | อ่าน 8,020
กำลังโหลด ...


รีวิวบ้านใหม่ ไอเดียสร้างบ้าน
 
แชร์
L
ซ่อน
แสดง
มาใหม่
โฆษกรัฐบาลแย้ม “ไทยช่วยไทย พลัส 2” ให้เงินรวดเดียว 1,000 บาท ใช้ 2 เดือน
110 22 ก.ย. 2569
กอช. ชวน “อาชีพอิสระ” ออมเงินรับบำนาญตลอดชีพ พร้อมรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท
114 17 ก.ย. 2569
กอช. ผนึกกำลัง ShopeePay ส่งแคมเปญ “ออมง่าย ได้คืน” มอบส่วนลดให้สมาชิกทันที 50 บาท เมื่อออมผ่านแอปฯ วันที่ 1 ก.ย. – 30 พ.ย. นี้
197 31 ส.ค. 2569
ครม.ยุบเลิก 11 สายงาน เกษียณอายุราชการปี 70 ไม่เปิดบรรจุ ขรก.เพิ่ม
236 12 ส.ค. 2569
ห้ามพลาด! บสย. ลุยอีสาน งาน Money Expo 2026 Korat ขนมาตรการเด็ด ช่วย SMEs ค้ำประกันสินเชื่อ-แก้หนี้ 7-9 ส.ค. 69
273 6 ส.ค. 2569
ออมสินขานรับมาตรการ ธปท. เร่งเติมสภาพคล่อง SMEs เปิดสินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” วงเงินรวม 2,000 ลบ.สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนวงเงินกู้สูงสุด 100% ของหลักประกัน ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี
308 6 ส.ค. 2569
เปิดหลักเกณฑ์ ข้าราชการ เออลี่รีไทร์ เกษียณอายุก่อนกำหนด 2569
642 23 ก.ค. 2569
หลักเกณฑ์และคุณสมบัติ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
1,188 3 มิ.ย. 2569
กรมการขนส่งทางบก เตือน การใช้ป้ายแดงที่ระบุชื่อห้างร้าน “ผิดกฎหมาย” พร้อมแนะวิธีการตรวจสอบป้ายแดงที่ถูกต้อง
395 3 มิ.ย. 2569
สพฐ. เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตครูอัตราจ้าง ปรับสถานะ “จ้างเหมาบริการ” เป็น “ลูกจ้างชั่วคราว”
695 22 พ.ค. 2569
ดูเพิ่มเติม
 
หาเพื่อนไลน์
ไอเดียบ้านสวย
เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์
หางานราชการ
  English
TOEIC กับ การขึ้นเงินเดือน GED VS กศน ไทย (สอบเทียบไทย) แนะนำที่เรียน IELTS ยอดนิยม ของ เด็กอินเตอร์ TOEIC Online GED CU-TEP SAT
 
บทความกลุ่มเดียวกัน
กำลังโหลด ...