กรมควบคุมโรค เผยแม้มีการผ่อนปรนรับชาวต่างชาติเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทย เป็นการผ่อนปรนเพื่อดูแลผู้ป่วยเดิม ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคโควิด 19 พร้อมคงมาตรการเข้มในการป้องกันโรคโควิด 19

6 ก.ค. 2563 เวลา 12:53 | อ่าน 696
 
กรมควบคุมโรค เผยแม้มีการผ่อนปรนรับชาวต่างชาติเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยประเทศไทยเริ่มอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่มีความจำเป็นต้องเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลโรคต่างๆ ที่ไม่ใช่รักษาโรคโควิด 19 ตามคำสั่ง ศบค. ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยต้องผ่านการตรวจหาเชื้อก่อโรคโควิด 19 ก่อนการเดินทางภายใน 72 ชั่วโมง และตรวจซ้ำ 3 ครั้งขณะอยู่ในประเทศไทย และขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการด้านสาธารณสุขและมาตรการควบคุมโรคของไทย


วันนี้ (6 กรกฎาคม 2563) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ภายหลังจากที่สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยเริ่มคลี่คลายและไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศมานานมากกว่า 1 เดือน และมีประกาศข้อกำหนด ฉบับที่ 12 ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และ คำสั่ง ศบค. ฉบับที่ 6 อนุญาตให้ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้ามารับการตรวจรักษาพยาบาลในประเทศไทย และผู้ติดตามของบุคคลดังกล่าว แต่ต้องไม่เป็นกรณีที่เข้ามาเพื่อการรักษาพยาบาลโรคโควิด 19 ทั้งนี้ รวมถึงผู้ป่วยเดิมที่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาล หรือผู้ป่วยใหม่ที่จำเป็นต้องมารับการรักษาในประเทศไทย ต้องเป็นผู้ป่วยที่มีผลตรวจปลอดโรคโควิด 19 และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทยอย่างเข้มงวด


ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2563 พบว่า มีผู้เดินทางเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ราย โดยทั้งสามรายเป็นผู้ป่วยเก่าที่เคยมารับการรักษาพยาบาลอยู่แล้ว (มาจากประเทศเมียนมา มัลดีฟส์ และกาตาร์ ประเทศละ 1 ราย และมีญาติผู้ดูแลติดตามมาด้วยจากประเทศเมียนมา 1 คนและมัลดีฟส์ 1 คน) ซึ่งทั้งผู้ป่วยและผู้ติดตามต้องผ่านการตรวจ ซึ่งไม่พบเชื้อก่อโรคโควิด 19 ที่ประเทศต้นทาง และมีเอกสารสำคัญครบถ้วนก่อนได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ได้แก่


- เอกสารหรือหนังสือรับรองของสถานพยาบาลจากประเทศต้นทางที่ระบุความจำเป็นในการเข้ามารักษาพยาบาล

- เอกสารหรือหนังสือรับรองของสถานพยาบาลในประเทศไทยที่ยืนยันการรับผู้เดินทางเข้ามารักษาพยาบาลและการจัดสถานที่กักกันในสถานพยาบาล เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน

- ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางมีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (Fit to Fly Health Certificate) หรือตามสภาพการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางการแพทย์ และใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าตรวจไม่พบเชื้อก่อโรคโควิด 19 ภายในไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนการเดินทาง

- เอกสารหลักฐานซึ่งแสดงถึงหลักประกันที่ผู้เดินทางสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นใดทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างอยู่ในประเทศ และกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

- หนังสือที่รับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (Certificate of Entry - COE)

โดยเมื่อชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตเดินทางมาถึงประเทศไทย จะมีการคัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ ต้องเดินทางโดยยานพาหนะของสถานพยาบาลเท่านั้น และมีระบบติดตามตัวหรือติดตั้งแอปพลิเคชันตามที่ทางราชการกำหนด เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังและติดตามอาการในระหว่างที่เข้ารับการกักกัน และที่สำคัญจะต้องตรวจหาเชื้อโควิด 19 อีก 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 เมื่อเดินทางมาถึงสถานพยาบาล ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 5-7 และ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 13-14 ของระยะเวลาที่ถูกกักกัน ทั้งนี้ ในกรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไม่ถึง 14 วัน ทางสถานพยาบาลจะดำเนินการให้ผู้ป่วยอยู่กักกันจนครบ 14 วัน รวมทั้งญาติและผู้ติดตาม จะถูกกักกันให้อยู่ในโรงพยาบาลเดียวกันกับผู้ป่วยเป็นระยะเวลา 14 วัน หลังจากตรวจไม่พบเชื้อ


นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 ที่เข้มงวดของประเทศไทย เพื่อป้องกันและจำกัดการแพร่ระบาดของโรค แม้จะมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาล แต่เป็นการบริหารจัดการในโรงพยาบาลที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422



*****************************************

ข้อมูลจาก : ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค
วันที่ 6 กรกฎาคม 2563


6 ก.ค. 2563 เวลา 12:53 | อ่าน 696
กำลังโหลด ...


รีวิวบ้านใหม่ ไอเดียสร้างบ้าน
 
แชร์
L
ซ่อน
แสดง
มาใหม่
ทหารอาสา คืออะไร
1,774 17 ก.พ. 2569
กอช. เติมความรักต้อนรับวาเลนไทน์ จับมือ 3 พันธมิตร TrueMoney - myAIS - ShopeePay ชวนคนไทยออมเงินสร้างบำนาญ
37 16 ก.พ. 2569
กรมบัญชีกลางอำนวยความสะดวกให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำ ตรวจสอบข้อมูลเงินได้และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ปี 68 ผ่านระบบ D-MyTax ก่อนยื่นภาษี
65 10 ก.พ. 2569
กอช. จับมือ my AIS ร่วมส่งเสริมการออม จัดแคมเปญ “ออมเงินง่ายๆ อุ่นใจได้ลุ้นทอง” รางวัลมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท
87 23 ม.ค. 2569
SME D Bank เคียงข้างช่วยเอสเอ็มอีไทย เดินหน้าจัด “SME D Market” ตลอดปี 2569 ประเดิม 26-28 ม.ค.นี้ รวมสุดยอดสินค้าดีให้ชอปจุใจ ปลุกพลังเศรษฐกิจให้คึกคัก
83 23 ม.ค. 2569
คุณสมบัติผู้ที่สามารถสมัครสอบภาค ก. ปี 2569 ได้ที่นี่ ใครสอบได้บ้าง วุฒิไหนที่เปิดสอบบ้าง มาดูกันเลย
170 12 ม.ค. 2569
กรุงไทย ส่งต่อความสุขวันเด็กแห่งชาติ 2569 ชวนเด็กไทยออมเงินอย่างสนุก
113 10 ม.ค. 2569
ธอส. มอบของขวัญปีใหม่ตอบแทนลูกค้าผ่อนชำระดี 48 เดือน รับเงิน 1,000 บาท
543 26 ธ.ค. 2568
กระทรวงการคลังย้ำ ใช้จ่ายคนละครึ่ง พลัส ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568
168 26 ธ.ค. 2568
กรมทางหลวง แนะนำเส้นทางเลือกจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาคต่าง ๆ ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เพื่อให้ผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง
503 26 ธ.ค. 2568
ดูเพิ่มเติม
 
หาเพื่อนไลน์
ไอเดียบ้านสวย
เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์
หางานราชการ
  English
TOEIC กับ การขึ้นเงินเดือน GED VS กศน ไทย (สอบเทียบไทย) แนะนำที่เรียน IELTS ยอดนิยม ของ เด็กอินเตอร์ TOEIC Online GED CU-TEP SAT
 
บทความกลุ่มเดียวกัน
กำลังโหลด ...