หลักเกณฑ์และคุณสมบัติ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

3 มิ.ย. 2569 เวลา 19:21 | อ่าน 43
 

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จะเริ่มลงทะเบียนได้เมื่อไหร่


เปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

คุณสมบัติและเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาสำหรับโครงการลงทะเบียนรอบใหม่


1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
2. เป็นผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน
3. ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้
3.1. ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
3.2 ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง
3.3 บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
3.4 นักเรียน นักศึกษา
3.5 บุคคลดังต่อไปนี้
3.5.1 ข้าราชการ
3.5.2 พนักงานราชการ
3.5.3 พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง เว้นแต่บุคคลดังกล่าวได้รับค่าตอบแทนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (รอบปีปฏิทิน)
3.5.4 ผู้รับบำเหน็จรายเดือน
3.5.5 ผู้รับบำนาญปกติ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ
3.6 ข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535
3.7 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา
3.8 หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตามฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วย เลขประจำตัวประชาชนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
3.9 ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
3.10 ผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
3.11 ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญ ที่มีเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
3.12 บิดามารดาของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
3.13 บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงินได้ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสของผู้มีเงินได้ หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ (บุตรฯ) ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับบุตรฯ
3.14 คู่สมรสของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับคู่สมรส
4. เป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
5. เป็นผู้มีรายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
6. เป็นผู้ไม่มีทรัพย์สินทางการเงินหรือมีทรัพย์สินทางการเงินที่มีมูลค่ารวมกันทั้งหมดทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่
6.1. เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
6.2 สลากของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารอาคารสงเคราะห์
7. ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลเครดิตของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
8. ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
8.1 มีกรรมสิทธิ์ในห้องชุด รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร และ
8.2 กรณีผู้ที่เป็นเกษตรกร**
8.2.1 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
8.2.2 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อรวมกันกับข้อ 8.2.1 แล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 10 ไร่
8.3 กรณีผู้ที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร**
8.3.1 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
8.3.2 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เมื่อรวมกันกับข้อ 8.3.1) แล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 1 ไร่
9. ไม่เป็นผู้มีบัตรเครดิต
10. ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน

* ฐานข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบคุณสมบัติ จะเป็นไปตามฐานข้อมูล ณ วันที่คณะกรรมการฯ กำหนด

** ผู้ที่เป็นเกษตรกร หมายความว่า ผู้ที่มีรายชื่อเป็นเกษตรกรตามฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ หรือเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

เกณฑ์คุณสมบัติใหม่ต่างจากรอบที่แล้วอย่างไร


1. เกณฑ์คุณสมบัติรอบใหม่ จะตรวจสอบเป็นเกณฑ์รายบุคคล ต่างจากรอบที่แล้วที่ตรวจสอบเป็นเกณฑ์ครัวเรือนร่วมด้วย
2. เพิ่มเกณฑ์บุคคลไม่เข้าข่าย ได้แก่
2.1 นักเรียน นักศึกษา
2.2 หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตามฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยเลขประจำตัวประชาชนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
2.3 ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
2.4 ผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
2.5 ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญ ที่มีเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
2.6 บิดามารดาของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
2.7 บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงินได้ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสของผู้มีเงินได้ หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ (บุตรฯ) ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับบุตรฯ
2.8 คู่สมรสของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับคู่สมรส
3. เพิ่ม “การเป็นผู้มีรายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี”
4. มีการระบุประเภททรัพย์สินทางการเงิน โดยต้องเป็นผู้ไม่มีทรัพย์สินทางการเงินหรือมีทรัพย์สินทางการเงินที่มีมูลค่ารวมกันทั้งหมดทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่
4.1. เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
4.2 สลากของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารอาคารสงเคราะห์
5. เพิ่ม “ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลเครดิตของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด”
6. เพิ่ม “ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน

ใครสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้บ้าง


บุคคลผู้มีสัญชาติไทย ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน (ผู้ที่เกิดก่อนหรือเกิดวันที่ 22 มิถุนายน 2551) สามารถเข้าร่วมลงทะเบียนได้


บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ คือใครบ้าง


1. ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
2. ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง
3. บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
4. นักเรียน นักศึกษา
5. บุคคลดังต่อไปนี้
5.1 ข้าราชการ
5.2 พนักงานราชการ
5.3 พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง เว้นแต่บุคคลดังกล่าวได้รับค่าตอบแทนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (รอบปีปฏิทิน)
5.4 ผู้รับบำเหน็จรายเดือน
5.5 ผู้รับบำนาญปกติ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ

ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐให้หมายความถึงหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

6. ข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535
7. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา
8. หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตามฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยเลขประจำตัวประชาชนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
9. ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
10. ผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
11. ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญ ที่มีเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
12. บิดามารดาของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
13. บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงินได้ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสของผู้มีเงินได้ หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมิน
14. คู่สมรสของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับคู่สมรส


เกณฑ์พิจารณาของผู้ลงทะเบียนที่เป็นเกษตรกร แตกต่างจากผู้ลงทะเบียนที่ไม่เป็นเกษตรกร หรือไม่


เกณฑ์พิจารณาของผู้ลงทะเบียนที่เป็นเกษตรกร จะแตกต่างจากผู้ลงทะเบียนที่ไม่เป็นเกษตรกร ในเกณฑ์อสังหาริมทรัพย์ โดยผู้ลงทะเบียนที่เป็นเกษตรกร จะต้องมีที่ดินและใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตร จะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียน จะต้องมีรายชื่อเป็นเกษตรกรตามฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐหรือได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จึงจะถือว่าผู้ลงทะเบียนใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตร

การตรวจสอบการเป็น “เกษตรกร”


กรณีของเกษตรกรจะมีการตรวจสอบข้อมูลของผู้ลงทะเบียนในการเป็นเกษตรกรตามฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง โดยหน่วยงานที่จะตรวจสอบ เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย การยางแห่งประเทศไทย เป็นต้น

บัตรเครดิตหมายถึงอะไร


บัตรเครดิต เป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกบัตร ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) ออกให้แก่ลูกค้า ซึ่งประโยชน์ที่ผู้ถือบัตรจะได้รับมีหลายประการ เช่น การใช้แทนเงินสดเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการโดยยังไม่ต้องจ่ายเงินในทันที ณ ร้านค้าที่รับบัตร ซึ่งจะสังเกตได้จากโลโก้ของเครือข่ายผู้ให้บริการบนบัตรและที่ร้านค้า ตัวอย่างเครือข่ายบัตรเครดิต เช่น VISA, Master Card, American Express, China Union Pay (CUP), Japan Credit Bureau (JCB) เป็นต้น

เหตุผลความเร่งด่วนที่ต้องดำเนินโครงการลงทะเบียนครั้งนี้


ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันเป็นผู้ลงทะเบียนโครงการฯ มาตั้งแต่ปี 2565 และมีประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ตกหล่น และไม่สามารถเข้าโครงการฯ รอบที่ผ่านมาได้ ดังนั้น เพื่อเร่งแก้ปัญหาผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (Exclusion Error) และเพื่อให้ได้กลุ่มคนที่ถูกต้อง ตรงตามเป้าหมาย สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินโครงการฯ โดยอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับการดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งการดำเนินการควบคู่ถือเป็นการช่วยเหลือคนทุกกลุ่มเป้าหมาย ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ราคาพลังงานปรับตัวสูง และส่งผลต่อภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

โครงการลงทะเบียนรอบใหม่ ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้สิทธิสวัสดิการอะไรบ้าง


สิทธิสวัสดิการยังคงเดิม โดยเป็นให้สิทธิประโยชน์ในการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ได้แก่ ค่าอุปโภคบริโภค จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้าฯ) ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าฯ และร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด จำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน

2. วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด จำนวน 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน

3. วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ จำนวน 750 บาทต่อคนต่อเดือน โดยสามารถใช้โดยสารได้กับระบบขนส่ง 8 ประเภท ได้แก่

(1) รถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
(2) รถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)
(3) รถไฟฟ้า บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (Bangkok Mass Transit System : BTS) รถไฟฟ้ามหานคร (Metropolitan Rapid Transit : MRT) และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด
(4) รถไฟ
(5) รถเอกชนร่วม ขสมก. รถเอกชน และส่วนราชการกรุงเทพมหานคร
(6) รถเอกชนร่วม บขส. และรถเอกชน
(7) รถสองแถวรับจ้าง
(8) เรือโดยสารสาธารณะ
โดยไม่จำกัดวงเงินตามประเภทรถ

4. มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า อุดหนุนค่าไฟฟ้าจำนวน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกินวงเงินที่กำหนดผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้มีสิทธิฯ) จะเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด

5. มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา อุดหนุนค่าน้ำประปา จำนวน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิฯ ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท และจะต้องชำระส่วนที่เกิน 100 บาท ด้วยตนเอง แต่หากผู้มีสิทธิฯ มีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิฯ จะเป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด

หลักเกณฑ์และคุณสมบัติ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่าประสงค์จะเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนรอบใหม่จะต้องทำอย่างไร ผ่านช่องทางไหนบ้าง


สำหรับผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า (ผู้มีสิทธิเดิม) และประสงค์จะเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนรอบใหม่ จำเป็นจะต้อง “ลงทะเบียนยืนยันสิทธิทุกราย” เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่โดยโครงการกำหนดช่องทางรองรับไว้ 5 ช่องทาง ประกอบด้วย

1. ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

2. ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ

3. เว็บไซต์หลักของโครงการ คือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

4. ผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทยฯ

5. ยื่นลงทะเบียน ณ หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่

- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

- ธนาคารออมสิน

- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)

- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)

(เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และแต่ละสาขา)

ขั้นตอนการยืนยันการลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนรอบใหม่ ของผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า


กระทรวงการคลังได้กำหนดช่องทางการยืนยันการลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนรอบใหม่ ผ่าน 5 ช่องทาง โดยสามารถเลือกใช้ช่องทางการยืนยันการลงทะเบียนที่สะดวกเพียงช่องทางเดียว ได้แก่

1. กรณีลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ผู้ลงทะเบียนเข้ายืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และเลือก Banner “โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569” ยอมรับเงื่อนไขการลงทะเบียน และกดปุ่ม “ลงทะเบียน” เพื่อลงทะเบียนยืนยันสิทธิ เป็นการจบขั้นตอนการลงทะเบียน

2. กรณียืนยันการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ

2.1) ผู้ลงทะเบียน Log in เข้าใช้งานแอปพลิเคชันทางรัฐ ให้เรียบร้อย

2.2) เลือกบริการ และค้นหา “ระบบลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ”

2.3) ระบบจะแสดงข้อมูลตามบัตรประชาชน ให้ผู้ลงทะเบียนตรวจสอบข้อมูลและระบุข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ จากนั้นกดขั้นตอนถัดไป และบันทึกข้อมูล

2.4) ระบบจะแสดงเงื่อนไขและข้อตกลงในการลงทะเบียน ให้ผู้ลงทะเบียนอ่านและรับทราบเงื่อนไขที่ท้ายแบบฟอร์ม จากนั้นคลิก “ยืนยัน” ระบบแสดงข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”

3. กรณียืนยันการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการ จะมีขั้นตอนดังนี้

3.1) ผู้ลงทะเบียนเข้าเว็บไซต์หลักของโครงการ ผ่าน URL https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

3.2) กดปุ่ม “เริ่มลงทะเบียน” ที่ปรากฏอยู่ที่หน้าจอหลัก

3.3) พิสูจน์ตัวตนด้วย 2 วิธี คือ วิธีที่ 1 ใช้แอปพลิเคชัน ThaiD วิธีที่ 2 กรอกข้อมูล เลขประจำตัวประชาชน, ชื่อ-นามสกุล , วัน เดือน ปี เกิด , รหัส Laser ID หลังบัตรประจำตัวประชาชน

3.4) กรอก “หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ” และยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของโครงการ

3.5) กดปุ่ม “ยืนยัน” การลงทะเบียน ระบบจะแสดงข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”

4. กรณีลงทะเบียนผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทยฯ

4.1) เริ่มขั้นตอนการลงทะเบียน ด้วยการสัมผัสหน้าจอเพื่อเลือกบริการที่ต้องการ

4.2) เลือกบริการ “ยืนยันตัวตน/สิทธิสวัสดิการ” และ “ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569”

4.3) ให้ผู้ลงทะเบียนเสียบบัตรประชาชนที่ช่องรับบัตรประชาชนของตู้ ATM

4.4) หน้าจอแสดง ข้อตกลงความยินยอมของผู้ลงทะเบียน

4.5) หน้าจอแสดง ข้อมูลของผู้ลงทะเบียน เพื่อให้ผู้ลงทะเบียนตรวจสอบข้อมูล และกด “ยืนยัน” หรือ “ตกลง”

4.6) หน้าจอแสดง ให้ผู้ลงทะเบียนระบุ “หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ”

4.7) หลังจากกดปุ่ม “ถัดไป” หรือ “ตกลง” จะปรากฏข้อความ “ธนาคารได้รับข้อมูลของผู้ลงทะเบียน เรียบร้อยแล้ว” เป็นการจบขั้นตอนการลงทะเบียน

5. กรณีเดินทางไปลงทะเบียน ณ หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทยฯ ธอส หรือ ธอท. (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และแต่ละสาขา)

5.1) ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ธนาคาร เพื่ออ่านข้อมูลจากบัตรประชาชน ผ่านเครื่องอ่านบัตร Smart Card Reader

5.2) ระบบจะแสดงข้อมูล ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด ให้ตรวจสอบความถูกต้อง

5.3) กรอก “หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้” และกด “บันทึกข้อมูล”

5.4) ระบบจะแสดงเงื่อนไขและข้อตกลงในการลงทะเบียน ให้ผู้ลงทะเบียนอ่านและรับทราบเงื่อนไขที่ท้ายแบบฟอร์ม จากนั้นคลิก “ยืนยัน” ระบบแสดงข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”

ประชาชนที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบที่แล้วสามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางใดได้บ้าง และมีขั้นตอนการลงทะเบียนอย่างไร


โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้ 2 กลุ่มประกอบด้วย

1. กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า ต้องมาลงทะเบียนเพื่อยืนยันสิทธิ ผ่านทาง 5 ช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด
2. กลุ่มตกหล่น ตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO - LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จะลงพื้นที่อำนวยความสะดวกประชาชน เพื่อดำเนินการลงทะเบียนและจัดเก็บข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ และนำส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลังในการตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่เคยมีบัตรฯ จะไม่สามารถลงทะเบียนในรอบปี 2569 ได้ หากท่านไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลข้างต้น อย่างไรก็ดี ท่านสามารถขอรับสิทธิความช่วยเหลือจากภาครัฐเบื้องต้นผ่าน พม. เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือและมีการนำเข้าฐานข้อมูลสำหรับเตรียมการในการรับลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบถัดไป ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้กระทรวงการคลังเปิดลงทะเบียนอีกครั้งภายใน 2 ปีนับจากวันเริ่มใช้สิทธิครั้งแรกในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ทั้งนี้ ขอให้ท่านติดตามข่าวสารจากกระทรวงการคลังต่อไป



ประกาศผลการลงทะเบียนว่าเป็นผู้ได้รับสิทธิเมื่อไหร่ และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันไหน


ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 หลังจากมีการยืนยันตัวตน แต่ถ้ามีการยืนยันตัวตน (กรณีรายใหม่) หลังจากวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะใช้ได้หลังจากวันที่ยืนยันตัวตน

ทั้งนี้ หากเป็นผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจะได้รับสิทธิของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทนสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ดังนั้น หากเป็นบุคคลดังกล่าว ขอให้รีบยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนับแต่วันประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) โดย สิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเริ่มในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ หากไม่มีการยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เช่นเดียวกัน

หลังจากที่ประกาศผลผู้มีสิทธิแล้ว ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมสามารถใช้บัตรสวัสดิการต่อได้เลยหรือไม่


ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ไม่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) สามารถใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐต่อเนื่องได้เลย แต่หากเป็นผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ หรือกรณีมอบอำนาจ จะต้องไปทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้สามารถรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยทำได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

1. การยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (เปิดใช้ G-Wallet) เพื่อใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หากผู้ผ่านสิทธิประสงค์จะเลือกใช้สิทธิผ่านช่องทางนี้ จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ตามที่กำหนดให้เรียบร้อยก่อน

2. หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ (17 กรกฎาคม 2569 – 12 มกราคม 2570) ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. (17 กรกฎาคม – 14 ตุลาคม 2569) (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และแต่ละสาขา)

ผู้ลงทะเบียนที่ลงทะเบียนไม่ผ่านตามคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องดำเนินการอย่างไร


ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่

1. ผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการ

2. ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ

3. ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร

4. ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

ภายหลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ หากพบว่า “ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ” ตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด และประสงค์จะให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลใหม่อีกครั้ง ผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบคุณสมบัติได้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่ วันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ ผ่าน 4 ช่องทางข้างต้น โดยการดำเนินการได้ผ่านช่องทาง

1) เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที)

2) แอปพลิเคชันทางรัฐ และแอปพลิเคชันเป๋าตัง (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที)

3) ดำเนินการอุทธรณ์ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และ แต่ละสาขา) โดยขอให้ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์อุทธรณ์ เพื่อที่ธนาคารจะกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล”

หากผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในรอบอุทธรณ์แล้ว จะต้องดำเนินการอย่างไร และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันไหน


กรณีที่ท่านเป็นผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในรอบอุทธรณ์ หากท่านเป็นผู้ที่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ท่านไม่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) เนื่องจากโครงการมีข้อมูลเดิมของท่าน หากท่านไม่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ท่านสามารถดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารหรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยท่านจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป แต่หากล่าช้ากว่านั้น ก็จะได้รับสิทธิเมื่อมีการยืนยันตัวตน

หากไปที่หน่วยรับลงทะเบียน (ธนาคาร) แล้ว ปรากฏว่า ไม่สามารถลงทะเบียนได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า จะสามารถไปลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ที่หน่วยงานไหน และต้องดำเนินการอย่างไร


หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร จะเปิดให้ยืนยันการลงทะเบียนเพื่อทบทวนคุณสมบัติเฉพาะผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมเท่านั้น ทั้งนี้ หากเป็นกลุ่มตกหล่น ที่อยู่ในฐานข้อมูล จปฐ. ของ มท. (พช.) หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ของ พม. กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จะลงพื้นที่เพื่อรับลงทะเบียน อย่างไรก็ดี หากไม่เคยได้รับความช่วยเหลือของรัฐ โดยไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลข้างต้น ขอให้ไปลงทะเบียนรับความช่วยเหลือเบื้องต้นจากกระทรวง พม. เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือ และมีการนำเข้าฐานข้อมูลสำหรับเตรียมการในการรับลงทะเบียนในรอบถัดไป ซึ่งกระทรวงการคลังจะเปิดให้มีการลงทะเบียนอีกครั้งภายใน 2 ปีนับจากวันเริ่มใช้สิทธิครั้งแรกในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ทั้งนี้ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกระทรวงการคลังต่อไป

มีช่องทางใดในการอำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียนสำหรับกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ เช่น ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เป็นต้น


กรณีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า หากไม่สามารถมายืนยันการลงทะเบียนเพื่อขอทบทวนสิทธิได้ด้วยตนเองผ่าน 5 ช่องทางตามที่กระทรวงการคลังกำหนด สามารถมอบอำนาจการลงทะเบียนแทนได้ โดยใช้แบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่เว็บไซต์ของโครงการ และเตรียมเอกสารการมอบอำนาจ ได้แก่ หนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ลงทะเบียน (ผู้มอบอำนาจ) พร้อมลงลายมือชื่อสำเนาถูกต้อง สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อสำเนาถูกต้อง และสำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี) หรือใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี) โดยต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจและบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารที่เป็นผู้รับลงทะเบียน

คนกลุ่มใดบ้างที่สามารถมอบอำนาจได้ และใช้เอกสารอะไรบ้าง


ผู้ลงทะเบียนจะสามารถมอบอำนาจได้ในเฉพาะขั้นตอนการลงทะเบียนเท่านั้น โดยกลุ่มคนที่สามารถมอบอำนาจได้ ได้แก่ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะต้องมีเอกสาร ดังนี้

1. หนังสือมอบอำนาจ (สำหรับผู้ลงทะเบียนที่เป็นผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง) ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของโครงการฯ

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ลงทะเบียน (ผู้มอบอำนาจ) พร้อมลงลายมือชื่อสำเนาถูกต้อง

3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อสำเนาถูกต้อง

4. สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี) หรือใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)

ข้อมูลจาก https://welfare.mof.go.th/

3 มิ.ย. 2569 เวลา 19:21 | อ่าน 43
กำลังโหลด ...


รีวิวบ้านใหม่ ไอเดียสร้างบ้าน
 
แชร์
L
ซ่อน
แสดง
มาใหม่
หลักเกณฑ์และคุณสมบัติ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
43 3 มิ.ย. 2569
กรมการขนส่งทางบก เตือน การใช้ป้ายแดงที่ระบุชื่อห้างร้าน “ผิดกฎหมาย” พร้อมแนะวิธีการตรวจสอบป้ายแดงที่ถูกต้อง
8 3 มิ.ย. 2569
สพฐ. เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตครูอัตราจ้าง ปรับสถานะ “จ้างเหมาบริการ” เป็น “ลูกจ้างชั่วคราว”
290 22 พ.ค. 2569
โครงการไทยช่วยไทย พลัส
126 20 พ.ค. 2569
กระจก โดนน้ำหรือฝน แต่เปิดปัดแล้วฝืด มีเสียงดัง ผิดปกติไหม
154 25 เม.ย. 2569
บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการท้องถิ่น โครงสร้างบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานส่วนท้องถิ่น บัญชี 6
417 18 เม.ย. 2569
เล็งจัดงบปี 70 ตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดระดับอำเภอในจังหวัดชายแดนภาคใต้ “นายก” กำชับต้องออกแบบเฉพาะให้สอดคล้องกับพื้นที่
141 18 เม.ย. 2569
รัฐช่วยครึ่งหนึ่ง! เปิดสินเชื่อ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ลดภาระเกษตรกร กู้สูงสุด 1 แสน รัฐจ่ายดอกเบี้ย 3% ดันเกษตรแม่นยำ
143 18 เม.ย. 2569
ฤกษ์ออกรถ ปี 2569 (2026)
171 10 เม.ย. 2569
ระบบขนส่งสาธารณะพร้อมรับสงกรานต์ รัฐตรึงค่าโดยสาร–GPS ตามรถขนส่งน้ำมัน คลายกังวลประชาชนตลอดเส้นทาง
151 10 เม.ย. 2569
ดูเพิ่มเติม
 
หาเพื่อนไลน์
ไอเดียบ้านสวย
เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์
หางานราชการ
  English
TOEIC กับ การขึ้นเงินเดือน GED VS กศน ไทย (สอบเทียบไทย) แนะนำที่เรียน IELTS ยอดนิยม ของ เด็กอินเตอร์ TOEIC Online GED CU-TEP SAT
 
บทความกลุ่มเดียวกัน
กำลังโหลด ...