“ทหารอาสา” คือ
กำลังพลสำรองที่ได้รับการจ้างงานให้เข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว เพื่อทดแทนจำนวนข้าราชการทหาร (ชั้นสัญญาบัตร ชั้นประทวน และพลทหารประจำการ)
“ทหารอาสา” ถือกำเนิดในปี 2562 เดิมเรียกว่า “กำลังพลสำรองเข้ามาทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว”ในปี 2562 กระทรวงกลาโหมได้มีนโยบายด้านการปฏิรูปกองทัพ ในการนำกำลังพลรูปแบบใหม่ประเภทต่าง ๆ ที่หลากหลายมาปฏิบัติงานในกระทรวงกลาโหม ซึ่งหนึ่งในนโยบายดังกล่าว คือ ให้นำ“กำลังพลสำรองเข้ามาทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว” ตั้งแต่ยามปกติ โดยกำหนดให้จ้างได้คราวละ 4 ปี สามารถอยู่ต่อได้อีก 4 ปี รวมไม่เกิน 8 ปี มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการ คือ เพื่อให้หน่วยมีกำลังพลในระดับปฏิบัติการที่มีอายุน้อย มีความกระฉับกระเฉง สามารถผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่วยแก้ปัญหากำลังพลสูงอายุในหน่วยกำลังรบและหน่วยสนับสนุนการรบ รวมถึงช่วยประหยัดงบประมาณด้านบุคลากร และลดภาระผูกพันด้านงบประมาณในระยะยาวได้
จากนโยบายดังกล่าว ในปี 2563 ทุกเหล่าทัพเริ่มมีการเปิดรับสมัคร ซึ่งกองทัพบกเปิดรับจำนวน 243 ตำแหน่ง บรรจุในหน่วยมณฑลทหารบก โดยมีหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) เป็นหน่วยรับผิดชอบในการสอบคัดเลือก ซึ่งผู้สมัครต้องผ่านการทดสอบทั้งภาควิชาการ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย รวมถึงการตรวจร่างกายและสอบสัมภาษณ์
ต่อมาในปี 2564 กระทรวงกลาโหมได้กำหนดชื่อเรียก “กำลังพลสำรองเข้ามาทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว” ให้ใช้คำว่า “ทหารอาสา” พร้อมกำหนดแผนในการขยายจำนวนตำแหน่งที่บรรจุทหารอาสาในแต่ละปีอย่างต่อเนื่อง
โดยในปี 2564 กองทัพบกเริ่มเปิดรับสมัครทหารอาสาบรรจุในหน่วยรบและหน่วยสนับสนุนการรบเพิ่มเติม ทั้งนี้ผู้ที่ได้บรรจุต้องมีการฝึกเพิ่มเติมจากการฝึกพื้นฐาน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากปี 2563 ที่เริ่มมีการรับสมัครทหารอาสาเข้าปฏิบัติงาน กองทัพบกได้มีการพัฒนาระเบียบ สิทธิและสวัสดิการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันในปี 2568 กองทัพบกเปิดรับสมัคร “ทหารอาสา” กว่า 500 อัตรา บรรจุในเหล่า ทหารราบ ทหารม้า ทหารปืนใหญ่ ทหารช่าง และทหารสื่อสาร ปฏิบัติงานหน่วยรบและหน่วยสนับสนุนการรบ เข้าปฏิบัติงานในหน่วยทหารทั่วประเทศ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่
https://www.tdc.mi.th/pdf/2568/Army_TDC_01.pdf
สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการ
ระหว่างการเข้ารับราชการ
• สิทธิประโยชน์ต่างๆ เทียบเท่าทหารประจำการ ได้แก่ เงินเดือน, เงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว, เบี้ยเลี้ยง, ค่าตอบแทน ค่าเช่าบ้าน รวมทั้งการเลื่อนชั้นเงินเดือน
• การรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม (สิทธิการรักษาพยาบาลของทหารอาสาจะใช้สิทธิได้เฉพาะตนเอง ไม่รวมบิดา มารดา และบุตร)
• สิทธิได้รับการจัดสรรที่พักของทางราชการจากหน่วยที่รับบรรจุ
• สิทธิคะแนนเพิ่มพิเศษ กรณีสอบเข้ารับราชการใน ทบ.
• เงินช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่กำลังพลผู้ประสบภัยธรรมชาติ ตามระเบียบ ทน.
• เงินช่วยเหลือบุตร เช่น ทุนสำหรับบุตรที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐ วิทยาลัยพยาบาลของรัฐในระดับปริญญาตรี รวมถึงค่าของขวัญบุตร
• สามารถสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก โดยใช้โควตาเดียวกับทหารกองประจำการ (พลทหาร)
ระหว่างการเข้ารับราชการครบ 4 ปี
• เมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้างจะได้รับเงินช่วยเหลือ โดยการคำนวณเงินช่วยเหลือให้คำนวณจาก เงินเดือนเดือนสุดท้าย โดยต้องมีเวลารับราชการต่อเนื่องไม่น้อยกว่าสองปี
• เมื่อปฏิบัติหน้าที่ครบ 4 ปี (สิ้นสุดสัญญาจ้าง) จะมีโควตาสอบบรรจุเป็นข้าราชการประจำได้ ร้อยละ 20 ของจำนวนที่เปิดรับสมัครในปีงบประมาณนั้น โดยแยกประเภทนายทหารสัญญาบัตร และนายทหารประทวน
• ต่อสัญญาจ้างได้อีก 4 ปี รวมแล้วจะต้องไม่เกิน 8 ปี ทั้งนี้ นายทหารสัญญาบัตร จะต้องมีอายุไม่เกิน 35 ปี นายทหารประทวน ไม่เกิน 30 ปี
• สามารถขอพระราชทานเครื่องราชเหรียญเงินมงกุฎไทย (ร.ง.ม.) กรณีมีระยะเวลาปฏิบัติงานติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ปีบริบูรณ์
ข้อมูลอ้างอิงจาก : กระทรวงกลาโหม ,กรมกำลังพลทหารบก ,หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และวิทยาลัยการทัพบก
ที่มา
https://psyop.rta.mi.th/