ไฟเขียวบ้านประชารัฐ ! ปล่อยกู้คนรายได้น้อยไม่เกิน 1.5 ล้าน วงเงินรวม70,000 ล้าน

22 มี.ค. 2559 เวลา 21:10 | อ่าน 3,503
 
ไฟเขียวบ้านประชารัฐ ! ปล่อยกู้คนรายได้น้อยไม่เกิน 1.5 ล้าน วงเงินรวม70,000 ล้าน

ครม.ไฟเขียวบ้านประชารัฐ!แบงก์รัฐจับมือปล่อยกู้คนมีรายได้น้อยให้มีบ้านเป็นหลังแรกมูลค่าไม่เกิน 1.5 ล้านบาท พร้อมให้กู้ต่อเติมได้ 5 แสนบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ ส่วนเอกชนเข้ามาช่วยรับภาระค่าธรรมเนียมโอน จดจำนอง เชื่อมีคนสนใจเข้าร่วมกว่า 6 หมื่นราย แย้มถ้าไม่พออาจขยายเพิ่มอีก แต่ขอดูความต้องการอีกที

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา เห็นชอบกรอบการดำเนินโครงการบ้านประชารัฐ เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ ได้มีบ้านเป็นของตัวเองหลังแรกในราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และสามารถขอสินเชื่อไปซ่อมแซมหรือต่อเติมบ้านได้ในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จะเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อลงไปให้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.59 เป็นต้นไป จนสิ้นสุดโครงการภายใน 2 ปี คาดว่า จะมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมาณ 60,000 ราย

สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว มีวงเงินรวมทั้งโครงการ 70,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โดยทั้ง 3 ธนาคารจะร่วมกันการปล่อยสินเชื่อแห่งละ 10,000 ล้านบาท รวม 30,000 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน มีระยะเวลาเงินกู้ไม่เกิน 2 ปี ให้เอกชนผู้ที่ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการเคหะแห่งชาติ ที่เข้าร่วมโครงการฯ นำกู้เงินไปก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่สูงมากให้กับผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้ามาซื้อได้

ส่วนที่ 2 เป็นสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โดย ธอส. และธนาคารออมสิน จัดทำโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนแห่งละ 20,000 ล้านบาท รวม 40,000 ล้านบาท มีระยะเวลาเงินกู้ไม่เกิน 30 ปี และผ่อนปรนการกำหนดอัตราส่วนรายจ่ายในการชำระหนี้ต่อรายได้ต่อเดือน หรืออัตราส่วนภาระผ่อนชำระหนี้รวมต่อรายได้สุทธิ แบ่งย่อยออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ปล่อยกู้ให้ผู้มีรายได้น้อยในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนพิเศษสำหรับวงเงินกู้เพื่อซื้อ เช่าซื้อ และก่อสร้างที่อยู่อาศัยไม่เกิน 700,000 บาท และวงเงินสินเชื่อเพื่อซ่อมแซม หรือต่อเติมที่อยู่อาศัยวงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อหน่วย ส่วนอีกลักษณะเป็นการปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน หากผู้กู้ต้องการในราคามากกว่า 700,000 บาท แต่ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อหน่วย

ขณะที่การสนับสนุนของภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการนั้น เอกชนจะเข้ามาช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยด้วยการรับภาระค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์ 2% ของราคาที่อยู่อาศัย และรับภาระค่าธรรมเนียมการจำนอง 1% ของมูลค่าจำนอง เป็นระยะเวลา 2 ปี และรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนกลางในปีที่ 1 รวมทั้งให้ส่วนลดพิเศษไม่น้อยกว่า 2% จากราคาขายสุทธิหลังหักส่วนลดปกติด้วย

ทั้งนี้ ในการดำเนินโครงการดังกล่าว ได้กำหนดประเภทที่อยู่อาศัยทุกประเภทที่มีราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาททั่วประเทศ ทั้งที่สร้างบนที่ดินของตนเอง โครงการของเอกชน หรือโครงการที่สร้างบนที่ดินของรัฐ ครอบคลุมที่อยู่อาศัยที่สร้างใหม่ สร้างเสร็จพร้อมอยู่ และสินทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงิน และบริษัทบริหารสินทรัพย์ รวมทั้งทรัพย์รอการขายของกรมบังคับคดี และให้รวมไปถึงการซ่อมแซมและต่อเติมด้วย ซึ่งคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการนั้น เน้นประชาชนที่มีรายได้น้อย ทั้งผู้มีรายได้ประจำ เช่น ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และบุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน หรือประกอบอาชีพอิสระที่ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยของตัวเองมาก่อน

“การดำเนินการครั้งนี้เป็นของภาคเอกชนที่จะเข้ามาร่วมเพื่อช่วยเหลือให้ผู้ที่มีรายได้น้อยได้มีบ้านเป็นของตัวเอง ลดความเหลื่อมล้ำ และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการอสังหาริมทรัพย์ด้วย ซึ่งรัฐบาลเองไม่ได้เข้าไปช่วยชดเชยดอกเบี้ยอะไรให้กับธนาคาร แต่ทางธนาคารจะรับภาระที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งเป็นการคืนกำไรกลับไปให้กับประชาชน ซึ่งโครงการนี้หากไม่พอก็อาจขยายโครงการต่อแต่ต้องขอดูปริมาณความต้องการก่อนว่าจะมีมากเท่าใด ส่วนการดำเนินโครงการบ้านของกรมธนารักษ์ ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด คาดว่าจะเสนอได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้”

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารไม่จำกัดรายได้ผู้กู้ แต่ได้กำหนดสัดส่วนภาระผ่อนชำระหนี้รวมต่อรายได้สุทธิรวมต้องไม่เกิน 50% พร้อมทั้งกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่เป็นขั้นบันไดในช่วง 6 ปีแรก ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 30 ปี โดยกำหนดมีอัตราดอกเบี้ยไว้ 2 วงเงิน คือ

วงเงินกู้ไม่เกิน 700,000 บาท
ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0% เงินงวดประมาณ 3,000 บาท

ปีที่ 2-3 ดอกเบี้ยคงที่ 2% เงินงวด 3,000 บาท

ปีที่ 4-6 ดอกเบี้ยคงที่ 5% เงินงวด 4,000 บาท

และปีที่ 7 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ลบ 1.475% เงินงวด 7,200 บาท


วงเงินกู้ 700,000 บาทขึ้นไปจนถึง 1.5 ล้านบาท
ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ยคงที่ 3% เงินงวด 7,200 บาท

ปีที่ 4-6 ดอกเบี้ยคงที่ 5% เงินงวด 8,600 บาท

และปีที่ 7 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ลบ 1.475% ถึงเอ็มอาร์อาร์ลบ 1.725% เงินงวด7,900-9,100 บาท



ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ http://www.matichon.co.th/news/79676


22 มี.ค. 2559 เวลา 21:10 | อ่าน 3,503
กำลังโหลด ...


รีวิวบ้านใหม่ ไอเดียสร้างบ้าน
 
แชร์
L
ซ่อน
แสดง
มาใหม่
สพฐ. เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตครูอัตราจ้าง ปรับสถานะ “จ้างเหมาบริการ” เป็น “ลูกจ้างชั่วคราว”
262 22 พ.ค. 2569
โครงการไทยช่วยไทย พลัส
118 20 พ.ค. 2569
กระจก โดนน้ำหรือฝน แต่เปิดปัดแล้วฝืด มีเสียงดัง ผิดปกติไหม
151 25 เม.ย. 2569
บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการท้องถิ่น โครงสร้างบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานส่วนท้องถิ่น บัญชี 6
394 18 เม.ย. 2569
เล็งจัดงบปี 70 ตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดระดับอำเภอในจังหวัดชายแดนภาคใต้ “นายก” กำชับต้องออกแบบเฉพาะให้สอดคล้องกับพื้นที่
132 18 เม.ย. 2569
รัฐช่วยครึ่งหนึ่ง! เปิดสินเชื่อ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ลดภาระเกษตรกร กู้สูงสุด 1 แสน รัฐจ่ายดอกเบี้ย 3% ดันเกษตรแม่นยำ
137 18 เม.ย. 2569
ฤกษ์ออกรถ ปี 2569 (2026)
163 10 เม.ย. 2569
ระบบขนส่งสาธารณะพร้อมรับสงกรานต์ รัฐตรึงค่าโดยสาร–GPS ตามรถขนส่งน้ำมัน คลายกังวลประชาชนตลอดเส้นทาง
144 10 เม.ย. 2569
ครม. เห็นชอบร่างแถลงนโยบายรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ใช้ 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
125 10 เม.ย. 2569
กรมการจัดหางาน รับสมัครคนไทยทำงานเกษตรตามฤดูกาลในเกาหลี 54 อัตรา สมัครออนไลน์ฟรี 17-19 มี.ค. นี้เท่านั้น
176 17 มี.ค. 2569
ดูเพิ่มเติม
 
หาเพื่อนไลน์
ไอเดียบ้านสวย
เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์
หางานราชการ
  English
TOEIC กับ การขึ้นเงินเดือน GED VS กศน ไทย (สอบเทียบไทย) แนะนำที่เรียน IELTS ยอดนิยม ของ เด็กอินเตอร์ TOEIC Online GED CU-TEP SAT
 
บทความกลุ่มเดียวกัน
กำลังโหลด ...