ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับในวัยต่างๆ...

22 ต.ค. 2557 เวลา 19:14 | อ่าน 8,069
แชร์ไปยัง
line
 
แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่พบมากที่สุดในร่างกาย โดยร้อยละ 99 ของแคลเซียมในร่างกายจะเป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน หน้าที่สำคัญ เช่น พัฒนาและสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน ควบคุมการทำงานของหลอดเลือด ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ควบคุมการเต้นของหัวใจ การส่งความรู้สึกไปตามเส้นประสาท การปลดปล่อยฮอร์โมน เป็นต้น1,2 ร่างกายจะมีกลไกที่ทำหน้าที่ควบคุมระดับแคลเซียมในเลือดให้สมดุล หากในเลือดมีระดับแคลเซียมต่ำ ร่างกายจะดึงแคลเซียมที่สะสมในกระดูกเพื่อรักษาสมดุลของแคลเซียมในเลือด ปกติร่างกายจะไม่สามารถสร้างแคลเซียมขึ้นมาได้เอง จึงต้องรับประทานเข้าไปเพื่อทดแทนแคลเซียมที่ถูกนำไปใช้หรือถูกขับทิ้งออกจากร่างกาย ซึ่งถ้าร่างกายได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอจะทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่าง ๆ ดังต่อไปนี้1,3 โรคกระดูกพรุน เป็นภาวะที่ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง ทำให้กระดูกเปราะบางและมีโอกาสหักได้ง่าย โดยคนที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปจะเริ่มมีการสูญเสียมวลกระดูกมากขึ้น และอัตราการสูญเสียจะเพิ่มขึ้นทุกปี
โรคความดันโลหิตสูง มีการศึกษาพบว่าคนที่ความดันโลหิตสูงมักจะรับประทานแคลเซียมน้อยกว่าคนปกติ และระดับแคลเซียมที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ความดันโลหิตลดลง เพราะแคลเซียมช่วยให้กล้ามเนื้อบีบตัวได้ดีและทำให้หัวใจและหลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อาการก่อนมีประจำเดือน เช่น ปวดหัว อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า อยากอาหาร เป็นต้น โดยมีการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่รับประทานแคลเซียมขนาด 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน จะลดอาการก่อนมีประจำเดือนได้ร้อยละ 50

กระทรวงสาธารณสุขกำหนดปริมาณแคลเซียมที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวันสำหรับกลุ่มอายุต่างๆ4 ดังต่อไปนี้

อายุ : 0-5 เดือน
ปริมาณแคลเซียม (มิลลิกรัม) : 210
เด็กอายุระหว่าง 0-5 เดือน

อายุ : 6-11 เดือน
ปริมาณแคลเซียม (มิลลิกรัม) : 270
เด็กอายุระหว่าง 6-11 เดือน

อายุ : 1-3 ปี
ปริมาณแคลเซียม (มิลลิกรัม) : 500
เด็กอายุระหว่าง 1-3 ปี

อายุ : 9-18 ปี
ปริมาณแคลเซียม (มิลลิกรัม) : 1,000
เด็กอายุระหว่าง 9-18 ปี

อายุ : 19-50 ปี
ปริมาณแคลเซียม (มิลลิกรัม) : 800
อายุระหว่าง 19-50 ปี

อายุ : 50 ปีขึ้นไป
ปริมาณแคลเซียม (มิลลิกรัม) : 1,000
อายุ 50 ปี ขึ้นไป

หญิงตั้งครรภ์ ปริมาณแคลเซียม (มิลลิกรัม) : 800
หญิงตั้งครรภ์

หญิงให้นมบุตร ปริมาณแคลเซียม (มิลลิกรัม) : 800
หญิงให้นมบุตร


แหล่งของแคลเซียมที่ได้รับ อาจมาจากการรับประทานอาหาร เช่น นม ปลาตัวเล็กที่ทานได้ทั้งกระดูก กุ้งฝอย กุ้งแห้ง กะปิ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ (ยกเว้นเต้าหู้ไข่) เป็นต้น หรือรับประทานยาเม็ดแคลเซียม แต่ผลิตภัณฑ์ยาเม็ดแคลเซียมจะมีความแตกต่างกันที่รูปเกลือ ซึ่งจะให้ปริมาณแคลเซียมที่ไม่เท่ากัน5 ดังต่อไปนี้
ปริมาณแคลเซียมในรูปเกลือต่างๆ/>
ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ในท้องตลาดจะเป็นแคลเซียมในรูปเกลือคาร์บอเนต ซึ่งให้แคลเซียมได้มากที่สุด คือ ร้อยละ 40 ดังนั้นในผู้สูงอายุ จะต้องรับประทานผลิตภัณฑ์ยาแคลเซียมคาร์บอเนตวันละ 2,000 มิลลิกรัม จึงจะได้แคลเซียม 800 มิลลิกรัมตามความต้องการ หรือในผู้หญิงตั้งครรภ์ จะต้องรับประทานผลิตภัณฑ์ยาแคลเซียมคาร์บอเนตวันละ 2,500 มิลลิกรัม จึงจะได้แคลเซียม 1000 มิลลิกรัมตามความต้องการ นอกจากรูปเกลือที่ต่างกันแล้ว ผลิตภัณฑ์ยาเม็ดแคลเซียมยังมีหลายรูปแบบ คือ ยาเม็ดแข็ง ยาเม็ดฟู่ และยาแคปซูล หากต้องการรับประทานยาเม็ดแคลเซียมควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ข้อมูลจาก บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเภสัชศาสตร์
พิชญ์ภิญญาณ์ แก้วปานันท์
นักศึกษาฝึกปฏิบัติงานคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เอกสารอ้างอิง Calcium [Internet]. Baltimore: University of Maryland Medical Center (UMMC); 2013. Available from: http://umm.edu/health/medical/altmed/supplement/calcium. Accessed 2014 May 23.
Calcium dietary supplement fact sheet [Internet]. Bethesda: National institutes of health (NIH); 2013. Available from: http://ods.od.nih.gov/factsheets/CalciumHealthProfessional/. Accessed 2014 May 23.
Standing committee on the scientific evaluation of dietary reference intakes, food and nutrition board, Institute of medicine. Dietary reference intakes for calcium, phosphorus, magnesium, vitamin D and fluoride [Internet]. Washington, DC: National Academy Press; 1997. Available from: http://books.nap.edu/openbook.php?record_id=5776&page=90. Accessed 2014 May 25.
แนวทางเวชปฏิบัติเรื่อง โรคกระดูกพรุน [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2548. ที่มา: http://www.dms.moph.go.th/imrta/images/pdf_cpg/2548/15.pdf. วันที่อ้างถึง 23 พ.ค. 2557.
บุษบา จินดาวิจักษณ์. บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน: ยารักษาโรคกระดูกพรุน ใช้อย่างไร [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; 2553. ที่มา:http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/thai/knowledgeinfo.php?id=30 วันที่อ้างถึง 25 พ.ค. 2557.

22 ต.ค. 2557 เวลา 19:14 | อ่าน 8,069


รีวิวบ้านใหม่ ไอเดียสร้างบ้าน
 
มาใหม่
คนพิการเตรียมเฮ! จุรินทร์เคาะแก้ระเบียบบอร์ดคนพิการ อำนวยความสะดวกคนพิการเข้าถึงสิทธิ เพิ่มจำนวนผู้ดูแลคนพิการ
1 10 ธ.ค. 2565
42 8 ธ.ค. 2565
โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ยินดี 10 เดือน ไทยส่งออกข้าวโต 33% มั่นใจปีนี้ได้ตามที่ตั้งเป้า 7.5 ล้านตัน สั่งการให้ควบคุมคุณภาพเพื่อคงชื่อเสียงข้าวไทยในตลาดโลก
32 8 ธ.ค. 2565
ประกันสังคมฝากเตือน! ผู้ประกันตน ม.33 และม.39 ประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลปี 2566 ดำเนินการผ่าน 4 ช่องทางได้ตั้งแต่ 16 ธ.ค. 65-31 มี.ค.66 ย้ำอย่าลืมใช้สิทธิทำฟันประจำปีวงเงิน 900 บาท
39 8 ธ.ค. 2565
กสร. เตือน! นายจ้างยื่นแบบ คร.11 ภายใน ม.ค. ศกหน้า
34 7 ธ.ค. 2565
31 7 ธ.ค. 2565
ครม.เห็นชอบให้ กฟผ. ถือหุ้นธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว ไม่เกิน 50% มูลค่า 1.63 หมื่นลบ. เสริมความมั่นคงพลังงานไฟฟ้าในประเทศ พร้อมก้าวสู่การเป็นฮับซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลวในอาเซียน
46 6 ธ.ค. 2565
ครม. มีมติขยายกรอบการดำเนินโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ รูปแบบโครงการเช่าระยะสั้น (Rental) บนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท. 5050 และ ส.กท. 827 (บางส่วน)
39 6 ธ.ค. 2565
สธ.เผยถ่ายโอน รพ.สต.คืบหน้าแล้ว 40 จังหวัด 2,932 แห่ง เหลืออีก 9 จังหวัด 331 แห่ง
47 5 ธ.ค. 2565
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยัน “ใบสั่งจริง แสกนจ่ายได้” แปะหน้ารถกรณีหาตัวคนขับไม่เจอเท่านั้น
50 5 ธ.ค. 2565
ดูเพิ่มเติม
 
หาเพื่อนไลน์
ซื้อขายรถบ้าน.com
เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์
หางานราชการ
  English
TOEIC กับ การขึ้นเงินเดือน GED VS กศน ไทย (สอบเทียบไทย) แนะนำที่เรียน IELTS ยอดนิยม ของ เด็กอินเตอร์ TOEIC chulatutor จุฬาติวเตอร์
  บทความกลุ่มเดียวกัน